ระบบโทรศัพท์ตู้สาขารุ่นนี้มีด้วยกัน 3 รุ่น ครับ คือ.....

                    HICOM 150E ( OFFICE COM )   
  HICOM  HiPath 3000 Series รองรับระบบ VoIP ( Catalog ) 
                    HICOM 150E ( OFFICE PRO )


 

ต่างกัน อย่างไร.... ?

 





 
HICOM 150E ( OFFICE COM )
          เป็นแบบติดผนัง ซึ่งรองรับเลขหมายภายในสูงสุด ได้ 108 เครื่อง

 สี

ขนาด( มม.)

น้ำหนัก

ซอฟต์แวร์

เทาอ่อน

450x460x200

8 กิโลกรัม

IM-Version2.2 up





  HICOM 150E ( OFFICE PRO )
         เป็นแบบตั้งพื้น สามารถขยายระบบได้ สูงสุดถึง 384 เลขหมายภายใน
         ส่วนอย่างอื่นไม่แตกต่างกัน...

 สี

ขนาด( มม.)

น้ำหนัก

ซอฟต์แวร์

เทาอ่อน

490x410x390

 22 กิโลกรัม

IM-Version2.2 up

 

รูป System Configuration

 



         

           Hicom 150E ตอบสนองระบบการสื่อสารที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานหลากหลายสูงที่สุด  ซึ่งอิงกับเทคโนโลยี Euro-ISDN ( DSS 1 ) สำหรับหมายเลขภาย
นอกชนิดสายดิจิตอล ( ISDN ) และหมายเลขภายนอกชนิดอนาล็อค รวมถึงหมายเลขภายในชนิดที่เป็นดิจิตอลและอนาล็อค

           Hicom 150E สามารถรองรับเครื่องโทรศัพท์ภายในได้ 384 เครื่อง และอุปกรณ์ปลายทางแบบใช้ข้อมูลได้ 50 เครื่อง โดยเครื่องโทรศัพท์ดิจิตอลจะมี
คำแนะนำสำหรับผู้ใช้จะแสดงที่หน้าจอ  โดยมีปุ่มเมนู ( Dialog ) ช่วยเพิ่มความเร็ว  และทำให้ง่ายต่อการใช้งานในระบบโทรศัพท์ดิจิตอลรุ่น Optisel E Series
รวมถึงสามารถต่อเชื่อมอุปกรณ์อะแดปเตอร์เพิ่มเติม  เข้ากับโทรศัพท์รุ่น Optiset E ได้โดยตรง โดยแต่ละเครื่องสามารถเปลี่ยนชนิดของอะแดปเตอร์ได้ตาม
ความต้องการ

           เมื่อมีการต่อเชื่อมเครือข่ายตู้สาขาฯ  จุดต่อปลายทางหรือจุดต่อส่งผ่าน  สามารถเชื่อมต่อด้วย  CorNet - N  ซึ่งเป็นโปรโตคอลเครือข่ายของซีเมนส์โดย
สามารถตอบสนองที่ให้ผลการทำงานสูงสุด นอกจากนี้ยังมีโปรโตคอล E&M และ QSig ซึ่งเป็นโปรโตคอลเครือข่ายมาตรฐาน  ในการเชื่อมต่อตู้สาขาฯ โซลูชั่น
ของผู้ใช้แต่ละราย ถูกรวมไว้เป็นโมดูลในระบบหรือเชื่อมต่อในลักษณะเปิดกว้างที่สามารถใช้งานร่วมกับโซลูชั่นอื่น ๆ ของแต่ละบริษัทไม่ว่าผู้ให้บริการจะใช้
เครือข่ายแบบใด ระบบ  Hicom 150E  สามารถกำหนดเลือกใช้เส้นทางที่เสียค่าใช้จ่ายโทรศัพท์  ในการโทรออกต่ำที่สุด ( LCR ) โดยฟังก์ชั่น  LCR  สามารถ
กำหนดใช้เส้นทางที่เสียค่าใช้จ่ายต่ำสุดได้โดยขึ้นกับเวลาในแต่ละวัน


         ระบบโทรศัพท์  ( System telephone )
             <------------------------------------------------------------------------------------------>
        

             ระบบโทรศัพท์รุ่นนี้ได้ถูกออกแบบให้สามารถใช้ฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของไฮคอม 150 อี ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ผนวกกับการสื่อสารได้ 2 ช่องสัญญาณเสียง
ใน 1 ช่องสัญญาณแบบ U PO/E ( เลขหมายภายในดิจิตอล )  สัญญาณไฟประจำปุ่ม จะติดขณะใช้งานฟังก์ชั่นนั้นอยู่ จึงทำให้เกิดความคล่องตัวในการใช้ระบบ
แป้นกดหมายเลข  ถูกออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานอย่างแม่นยำและทนทาน สามารถเลือกให้สอดคล้องกับการใช้งานได้ถึง 6 รุ่น คือ เอ็นทรี เบสิก
 แสตนดาร์ด คอมฟอร์ต คอนเฟอเรนซ์ และเมมโมรี


        เอ็นทรี     

โทรศัพท์ดิจิตอลรุ่นประหยัด

    
มีปุ่ม 3 ปุ่มที่กำหนดหน้าที่ไว้แล้วคือ
            
+ ปุ่มหมุนทวนเลขหมายสุดท้าย 
                ( Number Redial )
            
+ ปุ่มสำหรับสอบถามความคิดเห็น
                หรือปุ่มสำหรับโอนสาย ( Enquiry ) 
            
+ ปุ่มตัดสาย ( Call Release )






มีปุ่มปรับระดับเสียง 2 ปุ่ม ( บวก/ลบ ) สำหรับปรับ
       
+ เสียงของหูฟัง
       
+ เสียงกริ่งโทรศัพท์

สามารถติดตั้งบนฝาผนังได้*
ขนาด ( กว้าง x ยาว มม. ) 155 x 253 สามารถใช้งานคุณสมบัติของระบบ
         โดยการใช้รหัส




         เบสิก     

เหมาะกับข้อกำหนดความต้องการขั้น
พื้นฐานสำหรับการสื่อสารด้านเสียง
และข้อมูลมีคุณสมบัติดังนี้

มีปุ่ม 8 ปุ่มที่กำหนดหน้าที่ไว้แล้วคือ
       + ปุ่มสำหรับสอบถามความคิดเห็นหรือ
          สำหรับโอนสาย ( Enquiry ) 
       + ปุ่มสำหรับหมุนทวนเลขหมายสุดท้าย
          ( Number Redial )
       + ปุ่มสำหรับการแจ้งมีข้อความฝากไว้อยู่
          ( Message Waiting )
       + ปุ่มสำหรับการจองสายให้โทรกลับ
                                                        ( Call Back )
                                                     + ปุ่มสำหรับการโทรออกโดยใช้รหัสย่อ
                                                        ( Speed dialling )
                                                     

       +
ปุ่มสำหรับปิด/เปิดไมโครโฟน
          ( Microphone on/off ) 
       +
ปุ่มสำหรับเปิดฟังเพลงทางลำโพง
          ( Speaker ) 
       +
ปุ่มสำหรับตัดสาย (Relesse) 

สามารถเปิดฟังเสียงที่ลำโพง ( Open Listening )
มีปุ่มปรับระดับเสียง 2 ปุ่ม (บวก/ลบ) สำหรับปรับ
       + เสียงของหูฟัง
       + เสียงกริ่งโทรศัพท์
มีช่องสำหรับต่ออะแดปเตอร์ได้สูงสุด 1 ชุด ( ยกเว้น headset adepter 
        และ headset plus adapter )
สามารถติดตั้งบนฝาผนังได้*
ขนาด (กว้าง x ยาว มม.) 155 x 253


          การโต้ตอบระหว่างระบบกับผู้ใช้ ( Interactive user prompting )
       <---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------->

                     ผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับระบบ โดยการกดปุ่มเลือกรายการจากเมนู 3 ปุ่ม คือ  OK (../.),  PREVIOUS ( ..<..)   และ NEXT ( ..>..) ไว้เพื่อความสะดวกใน
          การใช้งานคุณสมบัติต่าง ๆ อย่างมืออาชีพ รายการเมนูบนจอจะแบ่งเป็นกลุ่ม ๆ เพื่อความสะดวกชัดเจน นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถเลือกฟังก์ชั่น  โดยการป้อน
          รหัสโดยตรงหรือจัดทำปุ่มฟังก์ชั่นไว้ใช้งานก็ได้เช่นกัน



        แสตนดาร์ด    

โทรศัพท์ดิจิตอลที่มีหน้าจอสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการใช้งานระบบและฟังก์ชั่นต่างๆ ที่หลากหลายมีคุณสมบัติ
ต่างๆ ดังนี้

มีปุ่มเลือกเมนู 3 ปุ่ม สำหรับการโต้ตอบกับผู้ใช้ ได้แก่ OK(../..), PREVIOUS(..<..) และ NEXT(..>..)
มีจอแสดงผลตัวอักษรและตัวเลข 2 บรรทัด ๆ ละ 24 ตัวอักษร และสามารถปรับมุมมองได้
สนทนาหรือโทรออกได้โดยไม่ต้องยกหู ( Handfree ) 
มีปุ่มใช้งาน 12 ปุ่ม พร้อมสัญญาณไฟ LEDs โดยแบ่งเป็นปุ่มโปรแกรมอิสระ 8 ปุ่มสำหรับโปรแกรมเป็นปุ่มสาย
        นอก, เลขหมายภายใน หรือฟังก์ชั่นต่าง ๆ
        
        ปุ่ม 4 ปุ่ม ที่กำหนดหน้าที่ไว้แล้วคือ
     ( *อุปกรณ์เพิ่มเติม )

       + ปุ่มเซอร์วิส ( Service )     
       + ปุ่มสำหรับหมุนทวนเลขหมายสุดท้าย ( Number Redial )
       + ปุ่มปิด/เปิดไมโครโฟนหรือปุ่มหมายเลขภายใน ( Mute ) 
       + ปุ่ม speaker

มีปุ่มปรับระดับเสียง 2 ปุ่ม (บวก/ลบ) สำหรับปรับ
       + เสียงของหูฟัง
       + เสียงกริ่งโทรศัพท์
สามารถติดตั้งบนฝาผนังได้*
ขนาด ( กว้าง x ยาว มม. ) 216 x 253


        คอมฟอร์ต    

เป็นอุปกรณ์สื่อสารข้อมูลและเสียงสำหรับ มืออาชีพ เช่นเดียวกับรุ่นสแตนดาร์ด 150 อีและมี
คุณลักษณะ เพิ่มเติมดังนี้

   สามารถเชื่อมโยงกับคีย์โมดูล 16 ปุ่มได้ ( สูงสุด 4 ชุด )
   สามารถเชื่อมโยงกับ BLF 90 ปุ่ม ( สูงสุด 2 ชุด )
   มีช่องสำหรับต่ออะแดปเตอร์ได้ 2 ชุด
   ขนาด (กว้าง x ยาว มม.) 216 x 253


       คอนเฟอเรนซ์ ( Conference ) 

                  โทรศัพท์ดิจิตอลที่มีหน้าจอมีคุณสมบัติพื้นฐานเหมือนรุ่น  Comfort  และเพิ่มความสามารถในการใช้งานสำหรับการประชุมทางโทรศัพท์โต้ตอบ
       สนทนาของผู้ร่วมประชุมได้ในเวลาเดียวกัน โดยลดเสียงสะท้อนกลับ  เพื่อให้เสียงการประชุมสมบูรณ์ที่สุด เหมาะสำหรับสถานที่หรือบุคคลที่มีความจำเป็น
       ต้องมีการประชุม ทางโทรศัพท์เป็นประจำ


         เมมโมรี    

เป็น "โทรศัพท์รุ่นยอดนิยม" สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการหน้าจอขนาดใหญ่และมีรายนาม
โทรศัพท์ภายในแบบอิเล็กทรอนิกส์เหมาะสำหรับโอเปอเรเตอร์ เลขานุการ หรือผู้ที่ใช้
โทรศัพท์เป็นประจำ

    มีปุ่มเลือกเมนู 3 ปุ่ม สำหรับการโต้ตอบกับผู้ใช้ ได้แก่ OK(../..), PREVIOUS(..<..) 
            และ NEXT(..>..)
    มีจอแสดงผลตัวอักษรและตัวเลขได้ 8 บรรทัด ๆ ละ 24 ตัวอักษร และสามารถปรับมุมมองได้
    มีหน่วยความจำสำหรับบันทึกข้อมูล 300 รายการ ( ชื่อ สถานที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ) บรรทัด
            ที่  1 ถึง 6  ใช้สำหรับอิเล็กทรอนิกส์โน๊ตบุ๊ค ( ENB ) บรรทัดที่  7 และ 8  ใช้สำหรับการโต้ตอบ
            ระหว่างผู้ใช้กับระบบ
    มีแป้นพิพม์ตัวอักษรและตัวเลขรวมฟังก์ชั่นของ ENB ไว้ด้วย
    มีช่องสำหรับต่ออะแดปเตอร์ได้ 2 ชุด
    สนทนาหรือโทรออกได้โดยไม่ต้องยกหู ( Handfree ) 
    มีปุ่มใช้งาน 12 ปุ่ม พร้อมสัญญาณไฟ LEDs ซึ่งมีปุ่มที่กำหนดหน้าที่ไว้แล้ว 4 ปุ่ม คือ
              + ปุ่มเซอร์วิส ( Service ) 
              + ปุ่มสำหรับหมุนทวนเลขหมายสุดท้าย ( Number Redial )
         + ปุ่มปิด/เปิดไมโครโฟนหรือปุ่มหมายเลขภายใน ( Mute ) 
         + ปุ่ม speaker

มีปุ่มปรับระดับเสียง 2 ปุ่ม ( บวก/ลบ ) สำหรับปรับ
         + เสียงของหูฟัง
         + เสียงกริ่งโทรศัพท์

สามารถติดตั้งบนฝาผนังได้*
ขนาด ( กว้าง x ยาว มม. ) 299 x 253
สามารถเชื่อมกับคีย์โมดูล 16 ปุ่มได้ ( สูงสุด 4 ชุด )
สามารถเชื่อมโยงกับ BLF 90 ปุ่ม ( สูงสุด 2 ชุด )



       คีย์โมดูล      





อุปกรณ์ DSS เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานสำหรับโทรศัพท์รุ่น Optiset E 
รุ่น Comfort หรือ Memory เท่านั้น สำหรับการกำหนดเป็นเบอร์สายใน/นอกหรือฟังก์ชั่น
ต่าง ๆ 

    มีปุ่มโปรแกรมอิสระ 16 ปุ่ม
    มีสัญญาณ LEDs ที่ปุ่มติดขณะใช้งาน
    ขนาด ( กว้าง x ยาว ) 135 x 253 ในแต่ละชุดของคอมฟอร์ด 150 อี และ เมมโมรี 150 อี
           สามารถติดตั้งคีย์โมดูลได้ 4 ชุด
     Busy Lamp Panel 90 Key      

      





เป็นอุปกรณ์เสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานสำหรับโทรศัพท์รุ่น Optiset E 
( Comfort, conference และ memory ) สามารถกำหนดเป็นเบอร์โทรศัพท์หรือ
ฟังก์ชั่น คีย์พิเศษได้ถึง 90 ปุ่มและมีสัญญาณ LEDs แสดงสภาวะการใช้งานทุก ๆ
ปุ่ม
     การใช้อะแดปเตอร์ (Adapter)        


          


อะแดปเตอร์ของไฮคอม 150 อี สามารถติดตั้งด้านล่างของเครื่องโทรศัพท์รุ่น
คอมฟอร์ด 150 อี และ เมมโมรี 150 อี ช่วยให้เกิดความคล่องตัวสะดวกต่อ
การใช้งาน และการเคลื่อนย้าย

อนาล็อคอะแดปเตอร์ ( Analog Adapter, ab )
สำหรับการเพิ่มโทรศัพท์อนาล็อคต่อจากโทรศัพท์ดิจิตอลโดยไม่ต้องติดตั้งสายเคเบิล
เพิ่มเติมจากตู้สาขา

โฟนอะแดปเตอร์ ( Phone Adapter )
เป็นอุปกรณ์  สำหรับการเพิ่มโทรศัพท์ดิจิตอลอีกเครื่องหนึ่ง     ในรัศมี   100   เมตร
โดยไม่ต้องติดตั้งสายเคเบิล  เพิ่มเติมจากตู้สาขา   ( เช่นในบริเวณที่นั้น )   โทรศัพท์
ทั้ง 2 เครื่องสามารถติดต่อถึงได้โดยใช้หมายเลขภายในที่แตกต่างกัน

อะคลูสติคอะแดปเตอร์ ( Acoustic Adapter )

สำหรับเชื่อมโยงกับอุปกรณ์ต่อพ่วงอื่น ๆ เช่น ลำโพง 
หูฟัง และไมโครโฟน

เฮดเซ็ตอะแดปเตอร์ ( Head Set Adapter )
สำหรับเพิ่มหูฟังแบบสวมศีรษะเพื่อควมสะดวกสำหรับ
พนักงานรับโทรศัพท์หรือโอเปอเรเตอร์

คอนโทรลอะแดปเตอร์ ( Control Adapter ) 
สำหรับการใช้งาน CTI  ( ระบบโทรศัพท์ที่สามารถใช้
กับเครื่องพีซี ) 

คอนแท็กอะแดปเตอร์
( Contact Adapter ) 

มีชุดเชื่อมต่อแบบ   floating  2  ชุด  ( 60 โวลต์/ 5 วัตต์ )   สำหรับควบคุมอุปกรณ์ภาย
นอก  เช่น  สัญญาณไฟ  และกระดิ่งตัวที่  2  ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถใช้ในการส่งสัญญาณ
( สัญญาณเสียงกริ่งหรือสัญญาณสายไม่ว่าง ) สถานะของเครื่องโทรศัพท์

เฮดเซ็ตพลัสอะแดปเตอร์ ( Head Set plus Adapter ) 
สำหรับต่อเข้ากับชุดหูฟังแบบสวมศีรษะได้ 2 ชุดและมีพอร์ตสำหรับต่อเชื่อมกับเครื่อง
บันทึกเทปแบบ 600 ohm

ไอเอสดีเอ็นอะแดปเตอร์ ( ISDN Adapter ) 
สำหรับต่อเชื่อมกับเครื่องระบบ ISDN ( เช่นต่อเครื่องพีซีเข้ากับการ์ด S  หรืออุปกรณ์
สนทนา ทางจอภาพ ( Video Conference ) เป็นต้น ) อะแดปเตอร์ตัวนี้สามารถใช้งาน
กับ Channel "B" ได้ 2 ช่องโดยความเร็ว ในการส่งข้อมูลสูงสุดที่ 128 kb




         คุณสมบัติของระบบ ( System Feature )

                 ระบบ Hicom มีคุณสมบัติในการใช้งานหลากหลายดังนี้


    คุณสมบัติเฉพาะที่เลือกสรรแล้ว ( Selected features )      





การแสดงชื่อหรือหมายเลขผู้โทรเข้า ( Caller list )*

สายโทรเข้าที่ไม่มีผู้รับสายจะถูกบันทึกไว้โดยแสดงบนหน้าจอสายภาย
นอกจะแสดงเป็นหมายเลขสายที่โทรเข้า  ( ISDN )  ส่วนสายภายในจะ
เป็นชื่อผู้โทรเข้า    โดยรายละเอียดสายโทรเข้า   จะแสดงวันเวลาและ
จำนวนครั้งที่สายนั้นโทรเข้า     รวมทั้งสามารถใช้งานฟังก์ชั่นการจอง
สายให้โทรกลับ ( call-back ) ได้จากรายการนี้

การรับสายแทนกัน ( Call pickup )

คุณสามารถตัดรับสายแทนกันภายในกลุ่มหรือเพื่อนร่วมงานที่กำหนด
ไว้ได้จากเครื่องของท่านเอง

การแทรกสาย ( Call override/intrusion ) 

ผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาตสามารถแทรกสายไปยังเครื่องที่ใช้งานอยู่ได้

การเรียกสายผ่านลำโพง ( Voice calling )**

หมายเลขภายในปลายทางโดยประกาศออกทางลำโพงของเครื่อง
ปลายทางนั้น ๆ ( เช่น ห้องรับแขก )

ไลน์รีเวิร์ส ( Line Reverse ) 

ระบบสามารถคำนวณระยะเวลาการใช้โทรศัพท์ได้อย่างแม่นยำและ
จะคำนวณเมื่อปลายทางรับสายแล้วเท่านั้น

การต่อสายเพื่อโทรออก ( DISA ) 

ผู้ใช้ภายนอกสามารถโทรเข้ามาในระบบ เพื่อเปิดหรือปิดฟังก์ชั่นต่าง ๆ
ตามหมายเลขภายในที่ระบุ และยังสามารถโทรออกไปยังหมายเลขภาย
นอกที่ต้องการ  โดยใช้สายนอกของระบบโดยฟังก์ชั่นนี้เหมาะกับผู้ใช้ที่
อยู่บ้านตอนกลางคืนและโทรเข้ามาที่บริษัทฯ เพื่อทำการโทรออกไปยัง
ต่างประเทศ

การบันทึกหมายเลขย่อของระบบ 
   
( Station speed dialing in system ) 

โทรศัพท์แต่ละเครื่องสามารถบันทึกหมายเลขย่อ  ส่วนตัวได้สูงถึง
10 หมายเลขสำหรับแต่ละเบอร์ภายใน และ1000 หมายเลขสำหรับ
ส่วนกลาง

การสลับสายสนทนา ( Togging ) 

สามารถสลับสายระหว่างสองสายที่กำลังสนทนากันอยู่

กลุ่มรับสาย ( Answer group ) 

สามารถกำหนดให้โทรศัพท์มากกว่า 1 เครื่องดังพร้อมกันเพื่อช่วย
ในการรับสาย

ชุดดนตรีพักสายภายนอก ( External music on hold )

ระบบสามารถต่อกับวิทยุเทป ซีดีจากภายนอก เพื่อเป็นเสียงดนตรี
ขณะพักสาย

การระงับการแสดงหมายเลขเรียกเข้า 
   
( Call ID suppression ) 

ในกรณีที่เชื่อมต่อแบบ ISDN ผู้เรียกสายสามารถระงับการแสดง
หมายเลข   ของตนที่หน้าจอของเครื่องปลายทางที่เรียกทั้งแบบ
ชั่วคราวและสำหรับระบบทั้งหมด



การห้ามรบกวน/ "เสียงเงียบ" ( Do not disturb/ "silent call" )*

ผู้ใช้สามารถป้องกันการโทรเข้าได้  เมื่อใช้งานฟังก์ชั่นห้ามรบกวนผู้เรียก
จะได้ยินสัญญาณสายไม่ว่าง สำหรับผู้ใช้ที่ได้รับอนุญาตสามารถแทรกสาย
ไปยังเครื่องที่เซ็ท Do not disturb ไว้อีกทั้งยังสามารถยกเลิกสัญญาณเสียง
กริ่งของโทรศัพท์เพื่อให้สายที่โทรเข้าแสดงเฉพาะที่หน้าจอ( ไม่สามารถใช้
กับโทรศัพท์รุ่น Optiset E entry และ Optiset E Basic

การจัดระดับการโทรออก ( Classes of service ) 

สามารถกำหนดระดับการโทรออกที่แตกต่างกัน  สำหรับผู้ใช้ในตู้สาขา 
( PABX ) ระดับการโทรออกสามารถแยกออกเป็น
- การโทรออกสายนอกโดยไม่มีข้อจำกัด
- การโทรออกสายนอกโดยจำกัดระดับในการโทรออก
- ไม่สามารถโทรออกสายนอกได้

บันทึกรายละเอียดการใช้โทรศัพท์ ( Call charge recording ) 

สามารถบันทึกรายละเอียดการใช้โทรศัพท์  ตามหมายเลขภายในหรือ
หมายเลขภายนอก โดยจะแสดงระยะเวลาการใช้สาย

การฝากสายภายนอก ( Call Forwarding in the public network )

สายเรียกเข้าทุกสายสามารถฝากสายต่อไปยังหมายเลขภายนอกได้ เช่น
โทรศัพท์มือถือ

การเรียกสายทั้งกลุ่มพร้อมกัน ( Group call ) 

สามารถกำหนดให้แต่ละกลุ่มมีเครื่องโทรศัพท์ได้สูงสุด 20 เครื่อง โดย
สามารถใช้งานได้ถึง 150 กลุ่มโดยเครื่องแต่ละเครื่องสามารถออกจาก
กลุ่ม ( log out ) ได้ชั่วคราว

รายนามโทรศัพท์ภายใน ( Internal directory )*

หมายเลขภายในทุกหมายเลขจะถูกบันทึกไว้พร้อมกับชื่อย่อในรายนาม
โทรศัพท์ภายในของระบบ คุณสามารถค้นหาหมายเลขเหล่านี้ได้จากหน้า
จอและเรียกสายได้โดยตรง

การส่งข้อความ ( Text message )**

คุณสามารถส่งข้อความที่กำหนดไว้ (เช่นมีแขกมาพบ) หรือข้อความสั้น ๆ 
ส่วนตัว ( เฉพาะรุ่น Optiset E memory เท่านั้น ) ผ่านทางหน้าจอ

การฝากข้อความ ( Advisory message )* 

สามารถฝากข้อความไว้ที่เครื่องของท่านได้ ( เช่นจะกลับมาเมื่อ ) ในกรณี
ที่ท่านไม่อยู่

รหัสโครงการ ( Project/Account code ) 

สามารถกำหนดรายละเอียดการใช้โทรศัพท์ไปยังรหัสโครงการที่กำหนด
ไว้โดยป้อนรหัสโครงการ ( ตัวเลขสูงสุด 11 หลัก ) และสามารถป้อนรหัสนี้
ได้ในระหว่างใช้สายโดยสามารถจำแนกรายละเอียดของการใช้สายโทร
ออกตามรหัสโครงการนั้น ๆ

สัญญาณเรียกสาย ( Call signalling ) 

สามารถกำหนดสัญญาณเรียกสายที่แตกต่างกันสำหรับสายภายในสาย
ภายนอกสายเรียกกลับและสายที่จองไว้ในการโทรกลับ





สวิตช์ปิดเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้า
( Switches (relays module) sensors )

สามารถควบคุมการเปิดปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าได้ด้วยรหัสฟังก์ชั่นที่
โทรศัพท์ โดยผ่านสวิตช์ควบคุมซึ่งสามารถต่อเชื่อมได้สูงสุด 4 ชุด

Door Interface

สำหรับฟังก์ชั่นโทรศัพท์หน้าประตูทางเข้า และฟังก์ชั่นควบคุมการ
เปิดปิดประตู โดยสามารถเรียกสายจากโทรศัพท์หน้าประตูทางเข้า
ไปยังสายนอกได้โดยใช้ฟังก์ชั่นการฝากสาย


การเรียกหมายเลขสุดท้ายซ้ำ ( Redial )

สำหรับเรียกหมายเลขสายนอกสุดท้านซ้ำโดยระบบจะบันทึกสายนอก
ที่เคยโทรออก 3 หมายเลขสุดท้ายได้

                   

    *สำหรับเครื่องโทรศัพท์ดิจิตอลรุ่น Optiset Standard, Optiset Comfort, Optiset Conference และ Optiset Memory เท่านั้น
                           
**หมายเลขภายในปลายทางต้องเป็น Optiset เท่านั้น ยกเว้น Optiset Entry และ Optiset Basic


      คุณสมบัติมาตรฐาน ( Standard Feature )      

การโอนสายเรียกเข้าไปยังเครื่อง / กลุ่มสำรอง

      ( ในกรณีเครื่องหลักไม่มีผู้รับสายหรือสายไม่ว่าง )

สายเรียกซ้อน / สัญญาณเตือนเมื่อมีสายเรียกซ้อน
      ( Camp-on/call waiting tone )

การฝากสายจากเครื่องภายใน 
      ( Call forwarding from the extension )

การแสดงภาษาที่ใช้บนหน้าจอ 

     ( สามารถกำหนดได้แต่ละเครื่อง ) สามารถกำหนดภาษาที่
     ใช้ได้ไม่ต่ำกว่า 10 ภาษา
( Display languages 
     ( can be defined individually )
)

การประชุมทางโทรศัพท์ (ภายใน/ภายนอก) 
    
( Conference ( Internal / External ) )

การต่อสายนอก ( โดยอัตโนมัติ ) 
    
( Line seizure ( automatic )

ชุดดนตรีระหว่างพักสาย/ชุดดนตรีพักสายสำหรับต่อเชื่อมกับ
     เครื่องเล่นเทป ซีดี ( Music on hold/external music source ) 

การให้บริการระหว่างและหลังเวลาทำงาน
    
( Night service/Day service ) 

การพักสายแบบกำหนดตำแหน่ง ( Park )

การพักสายเพื่อสอบถามหรือโอนสาย ( Consultation hold ) 

การจองสายให้โทรกลับ ( โดยอัตโนมัติ ) เมื่อสายนั้นไม่ว่าง
   
หรือไม่มีผู้รับสาย ( Call back on busy and no answer
    
( automatic ) )



การฝากสาย เมื่อสายปลายทางไม่มีผู้รับหลังจากเวลาที่กำหนด 
     
(Call forwarding no answer after timeout)

การโอนสายไปยังสมาชิกที่ว่างของกลุ่ม ( วนเรียกสายตาม
   
ลำดับ/แบบหมุนเวียน ) ( Hunt group ( linear/circular ) )

การล็อคโทรศัพท์ ( การล็อคโทรศัพท์โดยใช้รหัสส่วนบุคคล )
    
( Lock telephone ( individual code lock ) )

รายนามโทรศัพท์ส่วนกลาง 
   
( Telephone directory, central ) 


การโอนสาย ( ภายใน/ภายนอก ) ( Transferring a call 
     ( internal / external ) )

สายเรียกกลับ/การดึงสายกลับ ( Recall )

สัญญาณเสียงเตือนฝากข้อความ 
     
( Voice prompt for message waiting ) 

     ผู้ใช้สามารถรู้ว่าขณะนี้มี ข้อความได้ฝากอยู่โดยจะได้ยินเสียง
     " You have a message " จากทางหูฟัง

เวลาการเปลี่ยนระดับการโทรออก 
   
( Automatic change of
class of service )

   
ผู้ใช้สามารถตั้งเวลาการเปลี่ยนระดับการโทรออกอย่าง
     อัตโนมัติตามเวลาที่กำหนด

ระบบสำรองข้อมูลตู้สาขาอัตโนมัติ 
     
( Automatic customer data update ) 

      ระบบสำรองข้อมูลจะทำการบันทึกข้อมูลของตู้สาขาลงในหน่วย
      ความจำสำรอง (Flash prom) ให้ทันสมัยอยู่เสมอโดยข้อมูลไม่
      สูญหายแม้ไฟฟ้าดับ


      คุณสมบัติแบบ Euro-ISDN ( Euro-ISDN features )      


มาตรฐาน Euro-ISDN ( DSS 1 ) สามารถตอบสนองโครงสร้างการสื่อสาร
ที่เป็นรูปแบบของยุโรปฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของ Euro - ISDN ต่อไปนี้สามารถ
ใช้งานกับระบบ Hicom 150E แต่บางคุณสมบัติอาจจะไม่สามารถใช้งาน
กับระบบเครือข่ายสาธารณะทั้งหมดได้

การให้บริการ ( Service ) 
สามารถส่งโทรสารกลุ่ม 3 และข้อมูลเสียงด้วยความกว้างของแถบความ
ถี่   3.1 KHz   และสามารถส่งโทรสารกลุ่ม   4   และข้อมูลด้วยความเร็ว 
64 Kbit/s  ต่อช่วงสัญญาณ บี ( B-Channel ) 

การเรียกสายภายในโดยตรง ( Direct inward dialling ( DID )
คุณสมารถเรียกสายหมายเลขภายในระบบ  PBX ได้โดยตรงจากชุมสาย
สาธารณะ

การแสดงหมายเลขสายที่โทรเข้า  
( Calling line identificationpresentation ( CLIP ) )* 
หมายเลข ISDN ของผู้เรียกจะถูกแสดงที่หน้าจอของเครื่องที่ถูกเรียกสาย

การจำกัดการแสดงหมายเลขโทรศัพท์ 
( Calling line identification restriction ( CLIR ) )*
หมายเลขของผู้เรียกสาย  จะไม่แสดงที่หน้าจอของเครื่องที่ถูกเรียกสาย
สามารถกำหนดใช้งานฟังก์ชั่นนี้กับทั้งระบบเป็นแบบถาวรหรือชั่วคราว
เป็นสายเรียกนั้น ๆ ไป

การแสดงหมายเลขสายที่ติดต่ออยู่ 
(Connected line identification presentation ( COLP ) )*
เครื่อง A และ B ที่มีหมายเลข MSN พื้นฐานหมายเลขเดียวกันเมื่อถูก
เรียกจากคู่สายเครื่อง  A  และ  B  จะดังพร้อมกันเมื่อเครื่องใดเครื่อง
หนึ่งรับสายก่อนหมายเลข MSN หลักของเครื่องนั้นจะปรากฏที่หน้าจอ
ของคู่สายที่เรียก

การจำกัดการแสดงหมายเลขสายที่ติดต่ออยู่ 
( Connected line identification restriction ( COLR ) )*
เครื่อง A และ B ที่มีหมายเลข MSN พื้นฐานหมายเลขเดียวกันเมื่อถูก
เรียกจากคู่สาย เครื่อง  A  และ  B  จะดังพร้อมกันเมื่อเครื่องใดเครื่อง
หนึ่งรับสาย หมายเลขจะไม่ปรากฏที่หน้าจอของคู่สายที่โทรเรียก

การขยายหมายเลขเครื่องเพิ่ม 
( Multiple Subscriber number ( MSN )
เครื่องโทรศัพท์ที่ต่อใช้งานบน S bus ( ได้สูงสุด 8 เครื่อง ) แบบ  point 
to multipoint   สามารถเพิ่มหมายเลขเครื่องได้มากกว่า 1  หมายเลขให้
เหมือนกันหรือแตกต่างกันได้ถ้าตั้งหมายเลข MSN เหมือนกัน เมื่อถูก
เรียกจากคู่สายก็จะดังพร้อมกันถ้าตั้งหมายเลข  MSN ไม่เหมือนกันถ้า
ถูกเรียกจากคู่สายก็จะดังเฉพาะเครื่องที่มีหมายเลข MSN ตรงกับหมาย
เลขที่ถูกเรียกจากคู่สาย

การส่งข้อมูลการใช้โทรศัพท์ 
( Call charge transfer
( AOC ) )* 
สามารถส่งข้อมูลการใช้โทรศัพท์ไปยังระบบ  PBX ในระหว่างหรือหลัง
จากใช้สายข้อมูลจะแสดงที่หน้าจอของเครื่องโทรศัพท์  ที่มีหน้าจอเป็น
หน่วยหรือจำนวนเงิน




การกำหนดตำแหน่งหมายเลขย่อยประจำเครื่อง
( Subaddressing ( SUB )
ผู้ใช้สามารถขยายตำแหน่งหมายเลขเพิ่ม โดยใช้  numbering plan E 
164 ( หมายเลข ISDN ที่มีหรือไม่มี MSN หรือ DDI ) เช่น ระบบ LAN 
ใช้หมายเลขสายนอกเป็นเบอร์ X และมี PC ในระบบ 4 ตัว คือ A B C 
และ D สามารถกำหนดหมายเลข  Subaddress  ให้กับ  A B C และ D
เมื่อมีการเรียกมาจาก PC ภายนอก โดยเรียก X และ Subaddress A
( เช่น A= หมายเลข Y สายก็จะเรียกไปยัง PC เครื่อง A )

การส่งข้อความระหว่างผู้ใช้ 
(User-to-user signalling
( UUS 1) )
ฟังก์ชั่นนี้ช่วยให้สามารถส่งข้อความหรือข้อมูลจากเครื่องหนึ่งไปยังอื่น ๆ

ได้ทั้งสองทิศทางโดยผ่านทางช่องสัญญาณ  ( D-Channel )

การฝากสายในเครือข่ายสาธารณะ ( ไม่สามารถใช้กับ S 2M )
( Call forwarding in the public network ( CFU, CFB, 
CFNR )
( not available with S 2M) )
สายสำหรับระบบ  ISDN ทุกสายจะถูกฝากสายไว้ยังเครื่องที่กำหนดสามารถ
กำหนดใช้งานฟังก์ชั่นนี้    ได้จากโทรศัพท์ที่ได้รับอนุญาต   และใช้งานกับ
การต่อเชื่อมแบบ  DID  ( Point-TO-Point )  ในกรณีที่ต่อเชื่อมกับอุปกรณ์ที่
ใช้ฟังก์ชั่น MSNs เท่านั้น

การฝากสายในกรณีไม่ต้องเสียช่องสัญญาณ
(Call deflection ( CD )
สายสำหรับผู้ใช้ภายใน  ที่กำหนดใช้งานฟังก์ชั่นการฝากสายนอกไว้  สาย
นอกที่โทรเข้า    จะถูกส่งสัญญาณผ่านทางชุมสายสาธารณะ     ไปยังเครื่อง
ปลายทางภายนอก ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะใช้ช่องสัญญาณ บี ( B-Channel )
สำหรับฟังก์ชั่นนี้จะไม่มีการบันทึกค่าใช้โทรศัพท์ในระบบ PBX

การจองสายให้โทรกลับในเครือข่ายสาธารณะ
( Callback in the public network ( CCBS ) )
ถ้าสายภายนอกที่เรียกไปไม่ว่าง   สามารถกำหนดจองสายให้โทรกลับมา
ยังเครือข่ายสาธารณะได้เมื่อสายนอกว่างจะเรียกสายกลับไปยังผู้จองสาย
ในทันที

ตรวจสอบสายของผู้ไม่ประสงค์ออกนาม 
( Tracing malicious callers ( MCID )
ฟังก์ชั่นนี้ใช้ตรวจสอบสายโทรเข้าจากผู้ไม่ประสงค์ออกนามโดยเครือ
ข่ายจะบันทึกหมายเลขเวลาของคู่สายไว้ในเครือข่าย ซึ่งสามารถตรวจ
สอบได้โดยคุณสมบัตินี้  ต้องขอบริการจากโอเปอเรเตอร์ของเครือข่าย
ก่อน

                     
      Attendant consoles      


Hicom Attendant C 

สามารถกำหนดโทรศัพท์ Optiset E memory ให้ใช้งานง่ายโดยใช้การ
โต้ตอบของผู้ใช้และปุ่ม Dialog 3 ปุ่ม

Hicom Attendant P 
เป็นซอฟต์แวร์ที่จำลอง Attendnat console ไว้บนหน้าจอคอมพิวเตอร์
ของคุณ   สามารถกำหนดและใช้งานฟังก์ชั่นต่าง ๆ    ได้โดยสวิตช์ผ่าน
ทางแป้นพิมพ์และเม้าส์ ได้โดยง่ายเนื่องจากซอฟต์แวร์ดังกล่าวทำงาน
อยู่บน Windows

Hicom Attendant B 
ข้อมูลที่แสดงหน้าจอจะถูกแปลงเป็นอักษรเบรล ( Braille ) โดยใช้อุปกรณ์
เพิ่มเติมต่อเชื่อมเข้ากับเครื่องพีซี ช่วยให้คนตาบอดใช้งานได้




ฟังก์ชั่นการใช้งานสำหรับผู้บริหาร/เลขานุการ 
(Executive/secretary feature)*
ฟังก์ชั่นนี้เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการสื่อสารระหว่างผู้บริหารกับ
เลขานุการ

กำหนดใช้งานฟังก์ชั่นสายเรียกซ้อนที่เครื่องของผู้บริหารได้จาก
        เครื่องของเลขานุการ
การโอนฟังก์ชั่นการใช้งานสำหรับเลขานุการ
การโอนสายไปยังเครื่องของเลขานุการ
ปุ่ม DSS สำหรับผู้บริหาร/เลขานุการ
      การจัดการระบบ ( System administration )      


ลูกค้าสามารถจัดการระบบสำหรับ  Hicom  Assistant  TC  หรือ  Hicom
Assistant C

สำหรับ Hicom  Assistant TC  ลูกค้าสามารถจัดการระบบโดยใช้โทรศัพท์
รุ่น  Optiset  E  รุ่นใดก็ได้ที่มีหน้าจอ  แต่ขอแนะนำให้ใช้รุ่น  Optiset  E
memory เนื่องจากมีแป้นตัวเลขและตัวอักษร และหน้าจอที่ใหญ่ ( สำหรับ-
ป้อนชื่อเครื่อง เป็นต้น)

Hicom  Assistant C เป็นโปรแกรมที่ใช้งานอยู่บนโปรแกรมไมโครซอฟต์
วินโดว์ และติดตั้งอยู่กับเครื่องพีซี  ที่เชื่อมต่อกับระบบโดยผ่าน interface 
RS 232

ยังมีเครื่องมือเพื่อการบริการอื่น ๆ ที่ใช้กับพีซีสำหรับสนับสนุนช่างเทคนิค
ในการติดตั้ง  และบริหารระบบสื่อสาร  ช่างเทคนิคสามารถแก้ไขดัดแปลง




ค่ากำหนดนี้ได้จากทางศูนย์บริการ แต่ไม่ว่าจะกระทำด้วยวิธีใด มั่นใจได้
ว่าข้อมูลจะปลอดภัยเสมอ

การย้ายเครื่อง ( Relocate ) 

ด้วยฟังก์ชั่นนี้สามารถย้ายโทรศัพท์  รุ่น Optiset E  ได้โดยไม่จำเป็นต้อง
เปลี่ยนแปลงการโปรแกรมระบบเครื่อง     ที่เปลี่ยนตำแหน่งใหม่จะยังคง
หมายเลขต่อภายในและชุดฟังก์ชั่นการใช้งาน ของผู้ใช้เดิมอยู่  ฟังก์ชั่นนี้
ช่วยให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าสามารถย้ายโทรศัพท์ได้อย่างอิสระโดยไม่จำเป็น
ต้องพึ่งช่างประจำระบบ

Tenant Multi System
เป็นระบบที่รองรับการใช้งานร่วมกันหลายบริษัท     โดยจะแยกค่าใช้จ่าย
โทรศัพท์สายภายนอก,  สายภายใน  และโอเปอเรเตอร์ให้กับทุก ๆ บริษัท
และสามารถกำหนดสูงสุดได้ถึง 6 บริษัทต่อตู้สาขาไฮคอม 150 อี ใน1 ระบบ


    โปรแกรมสำหรับผู้ใช้ ( User solutions )       


การสื่อสารแบบเคลื่อนที่ ( Mobile communication ) 

Hicom  cordless  เป็นโซลูชั่นระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่    ที่ใช้มาตรฐาน 
DECT สำหรับการติดต่อกับเครือข่ายทั้งหมดของบริษัทอย่างไร้ขีดจำกัด

ระบบโทรศัพท์ที่ใช้งานด้วยคอมพิวเตอร์ 
( Computer-driven telephony (CTI) )

Smartset
เป็นซอฟต์แวร์  ที่ทำให้ผู้ใช้ สามารถเรียกสายจากเครื่องพีซีและบันทึก
หมายเลขเรียกเข้าจากทั้งภายในและภายนอก  ( ISDN )  ลงบนรายการ
สายเรียกเข้าเมื่อรับสายระบบจะเปรียบเทียบรายชื่อกับที่อยู่ในรายการ
ในเครื่องพีซี ถ้าพบก็จะแสดงที่หน้าจอสามารถกำหนดใช้งานโปรแกรม
อื่น ๆ ของเครื่องพีซีได้โดยใช้หมายเลข ISDN ที่เรียกเข้า




Hicom CTI TAPI
เป็นซอฟต์แวร์     ที่พัฒนาขึ้นมา   เพื่อช่วยให้โปรแกรมของเครื่องพีซี
สามารถใช้งานร่วมกับโทรศัพท์ระบบดิจิตอล      โดยผ่านการเชื่อมโยง
แบบมาตรฐานอุตสาหกรรม    ซึ่งสามารถใช้งานกับแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ
แบบ TAPI ได้


การจัดการค่าใช้จ่ายโทรศัพท์ ( Call charge management ) 

TeleData Office

Teledata  Office  เป็นโปรแกรม  สำหรับบันทึกและกำหนดข้อมูลสายที่
เรียกเข้าและสายที่โทรออก    โดยโปรแกรมสามารถวิเคราะห์แยกแยะ
ค่าใช้จ่ายสายต่าง ๆ     ตามหมายเลขภายใน      หมายเลขภายนอกหรือ
แผนกต่าง ๆ ในบริษัท




     การเลือกเส้นทางที่เสียค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด ( Least cost routing )       


Hicom 150E ใช้ฟังก์ชั่นนี้เพื่อควบคุมเส้นทางที่ใช้สำหรับเรียกสายนอก
โดยสามารถกำหนดเส้นทาง   ผ่านเครือข่ายสาธารณะ    และผู้ให้บริการ
เครือข่ายต่าง ๆ  หรือเครือข่ายของเอกชน   ระบบจะตรวจสอบตารางเส้น
ทางที่โปรแกรมไว้เพื่อให้เรียกสายนอกโดยเสียค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด

การเรียกสายนอก  จะถูกกำหนดเส้นทาง ไปพร้อมกับขั้นตอนของตาราง
เส้นทาง ตารางนี้จะช่วยวิเคราะห์หมายเลข  ที่ถูกเรียกและกำหนดให้ว่า




เลขหมายใดควรจะถูกเลือกเพื่อโทรออกจากระบบ

ฟังก์ชั่น LCR  กำหนดขึ้นมาเพื่อช่วยในเรื่องอัตราค่าธรรมเนียมที่แตก
ต่าง  ของผู้ให้บริการเครือข่ายที่แตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลา
ของแต่ละวันและจำนวนวันในสัปดาห์     ฟังก์ชั่นนี้จะช่วยเลือกเส้นทาง
สำหรับใช้เรียกสายออก ซึ่งเสียค่าใช้จ่ายต่ำสุดให้โดยอัตโนมัติโดยผู้ใช้
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยแปลงพฤติกรรมการโทรออก

     ระบบเครือข่าย ( Networking )      


การเชื่อมโยงด้วยระบบดิจิตอล 
( Digitalnailed connection )
 
สามารถกำหนดระบบเครือข่ายในการสื่อสารของบริษัท   ระหว่างระบบ
Hicom หลายระบบด้วยโปรโตคอล Cornet N โดยใช้การเชื่อมโยงแบบ
S 0 หรือ S 2M ชนิดดิจิตอลระบบจะเชื่อมโยงผ่านสายสาธารณะ /  หรือ
สายส่วนบุคคล  ระบบที่ต่อเป็นเครือข่าย    จะมีคุณสมบัติในการใช้งาน
ดังนี้

การกำหนดหมายเลขสำหรับเครือข่าย
การส่งชื่อ/หมายเลขโทรศัพท์
การฝากสาย
การอนุญาตเข้าระบบเครือข่ายสำหรับผู้ใช้แต่ละสาย
การประชุมทางโทรศัพท์ได้ถึง 5 คู่สาย
การจองสายให้โทรกลับเมื่อไม่มีผู้รับสายหรือสายไม่ว่าง
การปรึกษา การสลับสายสนทนา การโอนสาย
ฟังก์ชั่นการสลับสายจากส่วนกลาง ( เช่น การฝากสาย การเรียกสาย
        ซ้ำ การพักสาย ) 




การระงับการแสดงหมายเลข/ชื่อ
การส่งผ่านสัญญาณ
การเลือกเส้นทางที่เสียค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด

เครือข่ายเสมือน ( Virtual network ) 
ในกรณีที่ไม่ต้องการบริการเต็มรูปแบบ    จากการเชื่อมโยงแบบถาวร
เนื่องจากมีระดับการใช้สายต่ำ       ข้อแนะนำ    ให้ใช้เครือข่ายเสมือน
( Virtual network ) สำหรับระบบ Hicom ที่เชื่อมโยงผ่าน S 0 หรือ S 2M
เพื่อความประหยัด Virtual network มีฟังก์ชั่นการใช้งานต่าง ๆ ดังนี้


การกำหนดหมายเลขสำหรับเครือข่าย
การปรึกษา การสลับสายสนทนา การโอนสาย
การฝากสาย
การประชุมทางโทรศัพท์ได้ถึง 5 คู่สาย


      การเชื่อมโยงระบบ ( System interfaces )       


สำหรับสายนอก ( On the trunk side ) 

Euro-ISDN

- ใช้ S 0 basic rate access ด้วยโปรโตคอล DSS 1 ( ISDN 2 )
- S 2M primary rate access ( ISDN 30 ) 

Loop start
- ระบบการต่อเชื่อมแบบอนาล็อค ( Loop calling, Unguarded clear ) 

สำหรับผู้ใช้ ( On the user side )

อนาล็อค ( Analog ) 
- สำหรับต่อเชื่อมแบบ a/b สำหรับเครื่องแบบอนาล็อค เช่น เครื่อง
  โทรศัพท์ เครื่องโทรสารแบบกลุ่ม 2 และกลุ่ม 3 โมเด็ม เป็นต้น

ดิจิตอล ( Digital ) 
- ใช้การเชื่อมโยง U PO/E ขนาด 2 ช่องสัญญาณเสียงสำหรับต่อเชื่อม
  กับโทรศัพท์แบบดิจิตอล

Euro-ISDN 
- ใช้ S 0 subscriber bus สำหรับต่อเชื่อมกับอุปกรณ์ระบบ ISDN ได้
  สูงสุด 8 ชุด ( เช่น เครื่องโทรสารกลุ่ม 4 หรือการ์ด ISDN เป็นต้น ) 




  และต่อเชื่อมระบบโทรศัพท์ไร้สาย (Cordless S) ของระบบ Hicom 
  ได้

ตัวเชื่อมต่อเพิ่มเติม ( Additional interfaces ) 

V.24 จำนวน 2 port

- สำหรับต่อเชื่อมเครื่องพีซี  สำหรับการแก้ไขโปรแกรมระบบคิดค่า
  บริการโทรศัพท์พิมพ์ค่าใช้โทรศัพท์

CSTA Protocal
- เป็นโปรโตคอลที่สามารถรองรับการเชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นอื่น ๆ 
  ได้    เช่น  ระบบการใช้งานทั่วไปภายใน โรงแรม,  ระบบ  Call 
  Center เป็นต้น

E&M interface
- การต่อเขื่อมเครือข่ายที่เป็นสายอนาล็อกแบบถาวร

S0, S2M with Cornet-N protocol
- การต่อเชือมเครือข่ายเป็นระบบดิจิตอลแบบถาวร
      ข้อมูลด้านเทคนิค ( Technical data )       


Hicom 150E Office Com 

ข้อกำหนดของระบบ Hicom 150E Office Com ต่อเครื่อง
แบบอนาล็อค (a/b) ได้สูงสุด 108 เครื่อง

การต่อสายนอก ( PSTN, ISDN ) ได้สูงสุด 60 สายนอก

สี > เทาอ่อน
ขนาด > สูงxกว้างxลึก ( มม.) 450 x 460 x 200
น้ำหนัก > ประมาณ 8 กก. รวมอุปกรณ์ทุกอย่าง
ซอฟต์แวร์ > IM-Version 2.2 up

Hicom 150E Office Pro

ข้อกำหนดของระบบ Hicom 150E Office Pro  ต่อเครื่อง
แบบอนาล็อค (a/b) หรือเครื่องแบบดิจิตอล ( U PO/E )
ได้สูงสุด 384 เครื่องต่อ Data terminal  ได้สูงสุด 50 ชุด

การต่อสายนอก  ( PSTN, ISDN)  หรือ   ต่อแบบถาวร
( อนาล็อค/ดิจิตอล ) สูงสุด 120 สายนอก  โดยสามารถ
ต่อได้ทั้งสายนอกที่เป็นสายอนาล็อค ( loop start ) E&M 
และ ISDN พอร์ต

ประเภทสาย > S 0, S 2M, loop start, E&M
สี > เทาอ่อน
ขนาด > สูง x กว้าง x ลึก (มม.) 490 x 410 x 390
น้ำหนัก > ประมาณ 22 กก. รวมอุปกรณ์ทุกอย่าง
ซอฟต์แวร์ > IM-Version 2.2 up


 


       
ระบบไฟฟ้า
ระบบถูกออกแบบให้ใช้กับไฟหลักมีเครื่องสำรองไฟฟ้า ( UPS )
รองรับเมื่อ เกิดเหตุไฟฟ้าขัดข้อง

ปริมาณกระแสไฟฟ้า > 115/230 โวลต์
ความถี่ > 50-60 Hz
แรงดันจ่ายไฟ > -48 โวลต์
สภาวะในการใช้งาน
อุณหภูมิ > +5 C ถึง +40 C
ความชื้นสัมพัทธ์ > 5 ถึง 85%

ขอบเขตพื้นที่การใช้งาน ( Ranges )
ระยะห่างระหว่าง  Hicom 150E  และโทรศัพท์ระบบ  Optiset E
ได้ถึง 300 เมตร ระยะห่างประมาณ 1000 เมตร โดยใช้อะแดป
เตอร์จ่ายไฟต่อพ่วงโดยจะขึ้นอยู่กับระบบเครือข่ายสายระหว่าง
ระบบ Hicom ที่ต่อเป็นเครือข่าย ( Network ) ของบริษัท :

การต่อเชื่อมแบบถาวร S 0 ประมาณ 1000 เมตร 
การต่อเชื่อมแบบถาวร S 2M ประมาณ 250 เมตร
โดยขึ้นอยู่กับสายเคเบิลที่ใช้